คลังบทความ ฟังFm ราคารถToyota webboard  


















หม้อน้ำรถยนต์และการตรวจสอบหารอยรั่วเมื่อความร้อนเครื่องยนต์ขึ้นสูง




ด้วยรูปแบบการทำงานของเครื่องยนต์สันดาปภายในที่ก่อเกิดความร้อนมหาศาล
จำต้องมีตัวช่วยในการบรรเทาความร้อนที่เกิดขึ้น ว่าแต่เคยทราบกันมั๊ยครับว่าความร้อนจากการจุดระเบิดภายในห้องเผาไหม้นั้นสูงขนาดไหน เท่าที่ “นาย T”
สืบค้นเจอนั้น พบว่าอุณหภูมิในห้องเผาไหม้นั้นสูงเกือบๆ 2,000 องศาเซลเซียสเลยทีเดียว เอาง่ายๆ แค่ไอเสียที่ปล่อยออกมาจากห้องเผาไหม้ก็ปาเข้าไปร่วมๆ1,000 องศาเซลเซียสแล้วล่ะครับ ลองคิดดูล่ะกันว่าถ้าน้ำยาหล่อเย็นที่ต้องไหลเวียนรอบๆ เสื้อสูบและฝาสูบเพื่อซึมซับเอาความร้อนออกไประบายสู่ชั้นบรรยา-กาศนั้นจะต้องรับภาระหนักซักเพียงใด ?

รูปแบบในการระบายความร้อนของเครื่องยนต์นั้นจะต้องอาศัยน้ำ+น้ำยาหล่อเย็น (Engine Coolant) เข้าไปดูดซับความร้อนที่เกิดจากการทำงานของเครื่องยนต์ แล้วมาถ่ายเทความร้อนสู่ชั้นบรรยากาศผ่านหม้อน้ำนั่นเองครับ ซึ่งมันก็จะต้อง
อาศัยเครื่องเคียงจำนวนไม่น้อย ไม่
ว่าจะเป็นปั๊มน้ำ, เทอร์โมสตัท (หรือ
วาล์วน้ำ), หม้อน้ำ+ฝาหม้อน้ำ, ท่อ
ทางเดิน, เซ็นเซอร์อุณหภูมิน้ำและ
กระปุกพักน้ำหล่อเย็น ซึ่งในกรณีที่
เป็นรถใหม่ ที่อุปกรณ์ต่างๆ ยังผ่าน
การใช้งานมาค่อนข้างน้อย หรือรถ
เก่าแต่ดูแลอย่างดี การระบายความ
ร้อนก็แทบจะไม่มีปัญหาใดๆ (ถ้าไม่
ได้เอาไปแข่งในที่ที่ต้องเล่นรอบสูง
ตลอดอ่ะนะ) แต่ถ้าหากชิ้นส่วนใดๆ
เกิดชำรุดขึ้นมา แล้วไม่หมั่นตรวจ
ตรามาตรวัดอุณหภูมิบ่อยๆ ล่ะก็
เรื่องยาวเลยล่ะครับ เพราะฉะนั้นถ้าไม่อยากเจอะเจอกับอาการ Overheat ล่ะก็อย่าลืมตรวจเช็คอุปกรณ์ดังต่อไปนี้เด็ดขาดครับ


หม้อน้ำ ด้วยความที่ระบบระบายความร้อนนั้น นอกจากจะมีเรื่องอุณหภูมิสูงๆแล้ว ยังมีเรื่องของแรงดันมาเอี่ยวด้วย ดังนั้นถ้ามีช่องว่างแม้เพียงน้อยนิดให้แรงดันและน้ำยาหล่อเย็นรั่วไหลออกไปยิ้มแฉ่งนอกหม้อน้ำเมื่อไหร่ล่ะก็ เป็น
เรื่องแน่นอนครับ หลักๆ ก็คือ จะต้องไม่พบความชุ่มชื้นบริเวณใดๆ ของตัวหม้อน้ำทั้งสิ้น (เว้นเสียแต่ว่าเพิ่งจะโดนน้ำมา) ถ้าไม่แน่ใจให้ลองสตาร์ทเครื่อง แล้วตรวจเช็คการรั่วซึม (ด้วยความระมัดระวัง) อีกทีครับ
ฝาหม้อน้ำ เห็นชิ้นเล็กๆ อย่างนี้ ถ้าเสียทีก็เป็นเรื่อง (ใหญ่) เลยล่ะครับ เพราะฝาหม้อน้ำมีหน้าที่ในการกักเก็บแรงดันตามความสามารถในการทนแรงดันที่ระบุบนฝา (0.9 หรือ 1.1 บาร์) แต่นั่นอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ว่าซีล
ยางของฝาหม้อน้ำจะต้องไม่ชำรุด (แตกร้าวหรือแหว่ง) ซึ่งนั่นจะเป็นตัวการทำให้แรงดันและน้ำยาหล่อเย็นรั่วไหล จนไม่อาจระบายความร้อนได้เต็มประสิทธิภาพ ฝาหม้อน้ำราคาไม่กี่ร้อย ถ้าชำรุดแม้เพียงนิดๆ หน่อยๆ ก็เปลี่ยนไปเถอะครับ


เทอร์โมสตัท หรือวาล์วน้ำนั่นเองล่ะครับ เจ้าอุปกรณ์ตัวนี้มีหน้าที่เป็นประตูปิด-เปิด ให้น้ำยาหล่อเย็นมีการไหลเวียนเต็มระบบเมื่อถึงอุณหภูมิที่กำหนด แต่หากว่าวาล์วน้ำชำรุดล่ะก็ มันจะไม่ยอมให้น้ำที่หมุนเวียนอยู่ในเครื่องออกไปถ่ายเทความร้อนยังตัวหม้อน้ำนั่นเอง คงไม่ต้องบอกนะครับว่าผลจะออกมาเป็นยังไง ? การตรวจเช็คแบบง่ายๆ นั้นสามารถทำเองได้ครับ โดยให้เปิดฝาหม้อน้ำแล้วสตาร์ทเครื่อง รอจนกระทั่งถึงอุณหภูมิทำงานซึ่งวาล์วจะเริ่มเปิด โดยให้สังเกตการหมุนวนของน้ำครับ ซึ่งหากติดเครื่องไว้ซักพักแล้วน้ำยังนิ่งล่ะก็ มีวี่แววว่าจะได้เปลี่ยนวาล์วน้ำใหม่ค่อนข้างแน่ครับ แต่ถ้าเอาแบบชัวร์ๆ ก็ต้องถอดออกไปต้มในภาชนะโลหะ พร้อมด้วยเทอร์โมมิเตอร์ เพื่อเช็คอุณหภูมิที่วาล์วน้ำทำงานครับผม

พัดลมหม้อน้ำ มันก็จะมีอยู่ 2 แบบ คือ พัดลมไฟฟ้า (ส่วนใหญ่จะใช้กับรถขับเคลื่อนล้อหน้า) กับพัดลมไฮดรอลิค (หรือที่เรียกกันว่าฟรีปั๊ม นิยมใช้กับรถขับเคลื่อนล้อหลัง) ส่วนการตรวจเช็คนั้นก็ทำไม่ยากครับ เริ่มจากพัดลมไฟฟ้า ที่จะ
ต้องทำงานเมื่อถึงอุณหภูมิ ซึ่ง
ปัญหาที่พบส่วนใหญ่ก็จะมาจาก
การที่พัดลมไม่ทำงานหรือหมุนช้า
กว่าเดิม (ระบายความร้อนออกไม่
ทัน) จนทำให้อุณหภูมิสูงเกิดกำ-
หนด ส่วนพัดลมไฮดรอลิคสามารถ
ตรวจเช็คได้โดยที่ไม่ต้องสตาร์ท
เครื่อง เพียงแค่ลองหมุนพัดลมเท่า
นั้น โดยใบพัดจะต้องมีแรงหน่วง
จากระบบน้ำมันในระบบจึงจะถือว่า
อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้ แต่หากว่า
ใบพัดหมุนได้อย่างง่ายดายเลยล่ะ
ก็เตรียมเปลี่ยนได้เลยครับ

ที่เหลือก็คือ ร่องรอยการรั่วซึมนอกเหนือจากตัวหม้อน้ำ ซึ่งที่จะต้องตรวจตราควบคู่กันไป ทั้งตัวท่อทางเดินน้ำยาหล่อเย็น ซึ่งผิวจะต้องยังนิ่มอยู่และไม่มีรอยแตกร้าว โดยเฉพาะบริเวณคอท่อที่สวมกับข้อต่อหม้อน้ำหรือที่เสื้อสูบ รวมถึงบริเวณข้อรัดด้วยครับ พูดง่ายๆ ว่าบริเวณใดที่เกี่ยวข้องกับทางเดินนี่ต้องเช็คให้หมดเลยล่ะครับ

และที่จะพลาดเสียมิได้ก็คือ ต้องหมั่นชำเลืองมองมาตรวัดอุณหภูมิให้บ่อย และสังเกตระดับความร้อนที่เข็มชี้ เพื่อจะได้ทราบถึงความเปลี่ยนแปลง (แม้เพียงน้อยนิด) ได้อย่างทันท่วงที โดยหากว่าเข็มความร้อนหมุนไปหา H (Hot) จากระดับปกติอย่างต่อเนื่องล่ะก็ ให้รีบนำรถเข้าจอดในที่ๆ ปลอดภัยและดับเครื่องให้เร็วที่สุด เพื่อป้องกันการเสียหายที่อาจจะบานปลายเกินกว่าที่คิดครับผม








คลังบทความ ฟังFm ราคารถToyota webboard