น้ำมันเชื้อเพลิงที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ เป็นพลังงานชีวะภาพ ที่เรา ไม่สามารถผลิตขึ้นเองได้ เพราะฉะนั้นจะมีแต่ลดลง และลดลงไป เรื่อยๆ จากการคาดการณ์พลังงานชีวะภาพ หรือ น้ำมันดิบ ที่โอเปก
สูบขึ้นมาน่าจะมีเหลือใช้เราได้ใช้กันอีกไม่เกิน 50-60 ปี ...ในขณะ เดียวกันคูเวต กลับออกมาบอกว่า ประเทศคูเวต สามารถสำรอง น้ำมันให้ชาวโลกใช้กันได้อย่างสบายๆ อีกไม่น้อยกว่า 200 ปี

เมื่อเป็นแบบนี้ เราเลยไม่รู้ว่าจะเชื่อใคร?!? แต่ที่แน่ๆ คือ พลังงาน ชีวะภาพบนโลกใบนี้กำลังจะหมดไป พลังงานทางเลือกของอนาคต
จึงมีการคิดค้นออกมามากมาย อาทิเช่น รถยนต์ไฮบริด รถยนต์ พลังงานไฮโดรเจน ซึ่งยังไงซะมันก็ยังเป็นเรื่องของ...อนาคต เป็นสิ่งที่ไกลตัว และที่สำคัญ คือ มีราคาแพง ไม่คุ้มค่ากับการลง ทุน จ่ายเงินเป็นกระบุงโกยเพื่อซื้อรถยนต์ที่ประหยัดพลังงาน ใน ทางกลับกัน เงินที่จ่ายไปเอามาจ่ายค่าน้ำมันกับซื้อรถยนต์ใหม่แล้ว
ยังเหลืออีกเพียบ

เพราะฉะนั้นแล้ว พลังงานทางเลือกที่คนไทยคุ้นเคย ช่วยประหยัดเงินในกระเป๋า และเป็นสิ่งที่ใกล้ตัวที่สุดในตอนนี้ก็เห็นมีแต่ GAS นี่แหละ... ที่ พอจะเป็นพลังงานทางเลือก ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้ลดลงได้ แก๊สเป็นพลังงานทางเลือก และเป็นทางออกที่น่าสนใจ ติดตั้งง่าย ราคาไม่ แพง รถยนต์เก่า รถยนต์ใหม่ สามารถที่จะติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติมได้ ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะเลือกใช้บริการของใคร LPG หรือ NGV ซึ่งถ้าหากว่าคุณ ต้องการศักยภาพในการเดินทาง หาปั้มแก๊สเติมได้ง่าย ใช้เวลาเติมไม่นาน ไม่ต้องต่อแถวยาวเป็นกิโลๆ คงต้องเลือก LPG ถึงแม้ว่าจะโดนคุมกำ เนิดจากทางภาครัฐเองก็ตาม

สาเหตุที่ LPG ได้รับความนิยม นั้นมาจาก ค่าอุปกรณ์รวมค่าติดตั้งแล้วมีราคาไม่แพง มีให้เลือกตั้งแต่ หมื่นต้นไปจนถึงสาม-สี่หมื่นบาท ขึ้นอยู่กับเงินในกระเป๋า รวมไปถึงระบบและความสะดวกสบายของการใช้งาน จ่ายแพงหน่อยความสะดวกสบายก็มีมากขึ้นมาเป็นเงาตามตัว

ในขณะที่ NGV นั้น สถานีบริการยังไม่แพร่หลาย และมีจำนวนจำกัด ไม่สามารถที่จะบริการลูกค้าได้อย่างเพียงพอ ซึ่งตรงนี้เป็นขีดจำกัดของ การ ขนส่งก๊าซไปยังสถานีบริการ โดยสถานะของ NGV จะคงสภาพเป็นก๊าซไม่สามารถควบแน่นให้กลายเป็นของเหลวได้ เหมือนกับ LPG การขนส่ง ก๊าซจึงไปได้ครั้งละไม่มาก ซึ่งอนาคตสถานีบริการ NGV จะเกิดขึ้นตามแนวของท่อก๊าซเป็นส่วนใหญ่เพราะสะดวก ไม่ต้องใช้รถบรรทุกเพื่อขนส่ง ก๊าซ ซึ่งค่อนข้างจะไม่คุ้มค่า  

เมื่อเป็นแบบนี้ รถยนต์ที่จะติดตั้งแก๊ส NGV จึงจำเป็นต้องมีอุปกรณ์ที่มีความปลอดภัยมากกว่า...มากกว่ามากๆ เพราะว่า NGV ถูกคงสภาพให้เป็น ก๊าซ เมื่อเป็นก๊าซแรงดันในระบบย่อมมีมากกว่า เมื่อแรงดันในระบบมีมาก อุปกรณ์อย่าง เช่น วาล์วปิด-เปิด ท่อทางเดินของแก๊ส หรือแม้แต่ถังเก็บ
เชื้อเพลิง ทุกอย่างจึงต้องปลอดภัยมากกว่า ซึ่งเป็นเหตุให้อุปกรณ์ต่างๆ ที่จะนำมาติดตั้ง NGV ในรถยนต์มีราคาแพง

ถังบรรจุก๊าซของ NGV จึงจำเป็นต้องมีความหนา และมีน้ำหนักมาก ...ถังบรรจุก๊าซ NGV ขนาดบรรจุก๊าซ 20 ลิตร สามารถใส่น้ำได้มากถึง 100 ลิตร มีน้ำหนักถึง 100 กิโลกรัม (ถังเปล่า) สาเหตุที่ต้องเป็นแบบนี้ก็เพราะว่า NGV มีแรงดันสูงมากกว่า LPG สำหรับค่าอุปกรณ์รวมค่าติดตั้งของ NGV กับรถยนต์ ขนาด 1500 ซี.ซี. 4 สูบ ราคาอยู่ที่ 65,000 บาท

แต่ข้อดีของ NGV นั้น คือ มีการควบคุมราคา อยู่ที่ 8.50 บาท / ลิตร ในขณะที่ LPG อยู่ที่ลิตรละ 11.30 บาท คิดราคาเปรียบ เทียบกันแบบ บาทต่อบาท NGV ก็ถือว่ามีคุ้มค่ามากกว่านิด หน่อย แต่จะแพงตรงค่าติดตั้งที่สูงกว่า เพราะฉะนั้น ถ้าใครที่มี ความจำเป็นต้องใช้รถยนต์เดินทางวันละมากๆ ก็น่าที่จะคุ้มค่า แต่
อย่าลืมนะครับว่า ค่าติดตั้งที่ต้องจ่ายครั้งแรกกับสถานีบริการที่ ยังไม่ครอบคลุม เทียบกับ LPG แล้ว ศักยภาพในการเดินทางนั้น มี มากกว่า ค่าใช้จ่ายในการติดตั้งถูกกว่า

ส่วนปัญหาที่หลายคนกลัว นอกจากคำถามยอดฮิตว่า “รถจะ ระเบิดมั้ย..!?!” รองลงมาก็เป็นเรื่องของปัญหาทางเทคนิคของ เครื่องยนต์ ซึ่งถ้าหากว่ารถยนต์ของคุณผลิตหลังจาก ปี ค.ศ. 1988 หมายความว่ารถยนต์ที่ผลิตตั้งแต่ ปี 1988 เป็นต้นไป บ่า วาล์วสามารถทนทานต่อความร้อนสูงๆ ได้อย่างสบายๆ

สำหรับการดูแลรักษารถยนต์ที่ติดตั้งแก๊ส นั้นก็ไม่มีอะไรยุ่งยากไปมากกว่า การดูแลรักษารถยนต์ธรรมดาทั่วไป ขอเพียงแค่คุณเข้าใจระบบการทำ งานของเครื่องยนต์ที่ได้รับการติดตั้งแก๊สเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อยเท่านั้นก็พอ เครื่องยนต์ติดตั้งออกมาจากโรงงาน นั้นถูกออกแบบมาให้ใช้น้ำมันเป็น เพลิงหลัก ดังนั้นระบบต่างๆ อาทิ ระบบหล่อเย็น จึงถูกออกแบบมาให้ใช้ควบคู่กันกับน้ำมันเชื้อเพลิง

แต่สำหรับเครื่องยนต์ที่มีการติดตั้งแก๊สเป็นเชื้อเพลิงเสริม ทั้ง NGV และ LPG สิ่งที่ต้องดูแลและสังเกตเพิ่มเติม คือ ระดับน้ำในหม้อน้ำ ระดับน้ำกลั่นในแบตเตอรี่ รวมไปถึงน้ำมันเครื่องของเครื่องยนต์ ที่ต้องคอยดูแลอย่างให้ขาด

สาเหตุก็เพราะว่า การเผาไหม้ของแก๊สนั้นมีความร้อนสูงกว่าน้ำมันเชื้อเพลิง จึงทำให้เกิดความร้อนสะสมในเครื่องยนต์มากกว่าปกติ อาจเป็นต้นเหตุ ที่ทำให้ น้ำมันเครื่อง น้ำในหม้อน้ำ หรือแม้แต่น้ำกลั่นในแบตเตอรี่ ระเหยเร็วขึ้นกว่าปกติ

ส่วนเรื่องของอุปกรณ์ หลังจากที่ติดตั้งไปแล้วประมาณ 40,000 กิโลเมตร คุณควรที่จะต้องกลับไปเช็คระบบ การทำงานต่างๆ และเพื่อความปลอดภัย ควรเปลี่ยนท่อ ทางเดินของแก๊ส กรองเชื้อเพลิง และบรรดา O-Ring ต่างๆ ที่อยู่ในวาล์ว ซึ่งค่าใช้จ่ายน่าจะประมาณ 2,000 บาท
 
HOME
ฟังFm
        Link ที่เกี่ยวข้อง
---------------------------
- เครื่องเสียงรถยนต์
- ซื้อขายรถมือสอง
- บริษัทและตัวแทนจำหน่าย
- รถยนต
- รถจักรยานยนต์
- อู่ซ่อมรถ

   













 
HOME
ฟังFm