Home ฟังFm ราคารถ toyota webboard  

          



ไม่รู้ว่าสาวก TOYOTA Wish บ้านเรา จะมีโอกาสได้สัมผัสกับ 2nd Generation TOYOTA Wish นี้เมื่อไหร่ เพราะในแดนปลาดิบนั้น เจ้า Minivan สุดหล่อคันนี้ได้ขึ้นโชว์รูมไปตั้งแต่วันที่ 2 เมษายนแล้วล่ะครับ กับทั้งหมด 6 รุ่น

และอีก 2 พิกัดเครื่องยนต์ คือ 1.8 กับ 2.0 ลิตร ที่มีให้เลือกทั้งขับ 2 ล้อหน้าและขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมด้วยเทคโนโลยีล้ำๆ อีกมากมาย โดยทาง TOYOTA ตั้งเป้าไว้ที่ 6,000 คันต่อเดือน ซึ่ง “นาย T” ว่าก็น่าจะทำได้ไม่ยากนะครับ


นับตั้งแต่เปิดตัว 1st Generation TOYOTA Wish ในเดือนมกราคม ปี 2003 (ที่ญี่ปุ่นนะครับ ไม่ใช่ในบ้านเรา) ซึ่งถ้านับจนถึงเดือนเมษายนที่ผ่านมา ก็เท่ากับว่าขึ้นแท่นอยู่บนโชว์รูม 6 ปี 3 เดือน เลยล่ะครับ กับจำนวนรถทั้งสิ้นที่มีคนจับจองไปแล้วกว่า 500,000 คัน เห็นตัวเลขแล้วต้องบอกว่าไม่ธรรมดาเลยล่ะครับ สู่เจเนอเรชั่นที่ 2 กับภาพลักษณ์ที่ดู

ูสปอร์ตยิ่งกว่าเดิม พร้อมด้วยความสะดวกสบายในการขับขี่ที่เหนือระดับยิ่งขึ้น โดยอาศัยจุดเด่นในเรื่องของสมรรถนะในการขับขี่, ปลอดภัยและรักษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่ง “นาย T” เชื่อว่าจะขึ้นแท่นเป็นยานยนต์ในดวงใจได้ไม่ยากเลยล่ะครับ


มาว่ากันที่เรื่องเครื่องยนต์กันก่อนครับ โดยทาง TOYOTA เค้าจัดมาให้ 2 บล็อค 2 พิกัด คือ 2 ZR-FAE บล็อคใหม่สุดๆ (มาแทนที่ 1 ZZ-FE) ในแบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว Dual VVT-i และ Valvematic (ระบบสั่งการให้วาล์วไอดี ยกตัวด้วยกลไก) ขนาด 1,797 ซีซี. จากความกว้างกระบอกสูบx ช่วงชัก เท่ากับ 80.5x88.3 มม. โดยขุมพลังบล็อค 2

ZR-FAE มีเพียง TOYOTA Wish กับ Avensis เท่านั้นครับ (ข้อมูลเดือนพฤษภาคม 2552) โดย สเป๊คของ Wish นั้นยังไม่เปิดเผย “นาย T” เลยขออนุญาตเอาสเป๊คของ 2 ZR-FAE มาลงให้ดูคร่าวๆ ก่อนนะครับ กับแรงม้าสูงสุดที่ 147 แรงม้า ที่ 6,400 รอบ/นาที ส่วนแรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 179 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที


ส่วนอีกบล็อกเป็น 3 ZR-FAE (บล็อคล่าสุดในอนุกรม ZR-Engine) อยู่ในแบบ 4 สูบ 16 วาล์วเช่นกัน กับปริมาตรความจุกระบอกสูบ 1,986 ซีซี. จากความกว้างกระบอกสูบx ช่วงชัก เท่ากับ 80.5x97.6 มม. ผลิตเรี่ยวแรงได้สูงสุด 158 แรงม้าที่ 6,200 รอบ/นาที พร้อมด้วยแรงบิดอีก 195 นิวตัน-เมตร ที่ 4,400 รอบ/นาที โดยทั้ง 2 บล็อคจะส่งกำลังสู่ชุดเกียร์ Super CVT-i 7 สปีด พร้อมด้วย Paddle Shift ที่ประกบคอพวงมาลัยมีมาให้เลือกเปลี่ยนเกียร์เอง (เฉพาะรุ่น) แบบรถ F 1ด้วยโดยชุดเกียร์ดังกล่าวช่วยให้ประหยัดเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น
อีก 15 % (เมื่อเทียบกับ Wish ตัวแรก) และยังขับสนุกกว่าเดิมด้วยส่งผลให้รุ่น 1.8 ลิตร ขับเคลื่อน
ล้อหน้า ทำอัตราการสิ้นเปลืองได้ถึง 16.0 กม./ลิตร กับปริมาณก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์เพียง 145 กรัม/กม. เท่านั้น ส่วนรุ่น 2.0 ลิตร ทำได้ 15.2 กม./ลิตร ส่วนปริมาณก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์อยู่ที่ 153 กรัม/กม. ครับผม (จากผลการทดสอบของ MLIT 10-15 Test Cycle)

สำหรับรุ่น2.0ลิตรกับการตอบสนองที่เร้าใจยิ่งขึ้นทั้งในจังหวะเร่งแซงและผ่อนคันเร่งเป็นเกียร์CVTออกแบบมาสำหรับการขับขี่ที่เน้นสมรรถนะ โดยเฉพาะในโค้งจะมีระบบ Traction Control System กับ Electric Power Steeringเข้าร่วมสร้างอรรถรสด้วยครับมาพร้อมด้วยโหมดประหยัดกับ
Eco Drive Mode ที่จัดเป็นอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับ Wish ใหม่ในทุกรุ่น โดยจะช่วยจัดสรรพละกำลังในการ
ถ่ายทอดได้อย่างคุ้มค่าและไอเสียก็จะสะอาดกว่า ซึงควบคู่มากับการลดภาระของระบบปรับอากาศในขณะเร่งความเร็ว ซึ่งจะช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างเต็มที่ มลภาวะก็จะน้อยตาม พร้อมด้วยหน้าจอ Eco Drive Zone ที่จะทำหน้าที่ไว้แจ้ง
เตือนในกรณีที่ผู้ขับกระทำรุนแรงกับแป้นคันเร่งจนเกินไป เพราะฉะนั้นจึงมั่นใจได้เลยครับว่าเมื่อคุณเลือกใช้ Eco Drive Mode คุณก็จะเป็นอีกคนหนึ่งที่ช่วยรักษาสภาพแวดล้อมได้ทันทีเลยล่ะครับ

เริ่มจาก S-VSC : Steering-assisted Vehicle Stability Control ที่จะทำหน้าที่ปรับสมดุลในการขับขี่ ทั้งในส่วนของการบังคับทิศทางและการชะลอความเร็วรถทั้งนี้ก็เพื่อให้เกิดเสถียรภาพสูงสุดในทุกสภาพเส้นทางนั่นเองล่ะครับ ในส่วนของ
ระบบความปลอดภัยก็มีให้ไม่น้อยหน้าใคร เริ่มจากโครงสร้างตัวถังแบบ GOA ที่นอกจากจะใส่ใจกับความปลอดภัยของผู้โดยสารภายในรถแล้ว TOYOTA ยังออกแบบให้ตัวถังของ Wish ใหม่ ลดการ
ทำร้ายคนเดินถนน (บริเวณศีรษะกับขา) ในกรณีที่เกิดการชนปะทะด้วยครับ ในส่วนของถุงลมนิรภัยก็ดูจะคับคั่งเกินหน้าเกินตาคู่แข่งเพราะนอกจากคู่หน้าสำหรับผู้ขับและผู้โดยสารเบาะหน้าแล้ว ยังมี
ม่านถุงลมนิรภัยให้ครบทั้ง 3 แถวด้วยล่ะครับ พร้อมด้วยพนักพิงศีรษะของเบาะคู่หน้าแบบ Active Headrest ที่จะช่วยลดการบาดเจ็บบริเวณศีรษะและคอของผู้ขับและผู้โดยสารที่เบาะหน้าจากการชนปะทะทางด้านหลังครับ

ต่อกันที่ระบบความสะดวกสบายต่างๆ เริ่มจากระบบปรับอากาศอัตโนมัติ พร้อม Pollen-removal Mode ที่จะทำหน้าที่กรองฝุ่นและสิ่งสกปรกต่างๆ ภายในห้องโดยสาร ควบคู่กับเทคโนโลยีในการปรับสมดุลของไอออน + และ - อากาศด้วย Plasmacluster 3 ที่จะช่วยป้องกันการสะสมของเชื้อโรคร้ายต่างๆ ที่ปะปนมาในอากาศ แค่คิดก็สดชื่นขึ้นแล้วล่ะครับ พร้อมด้วย Smart Entry & Start System กับความสะดวกสบายในการล็อคและสตาร์ทเครื่อง, Intelligent Parking Assist System ต่อไปนี้ในการเข้าจอดรถจะถือเป็นเรื่องที่ง่ายสำหรับทุกคน และ HDD Navigation System ที่จะช่วยนำคุณถึงจุดหมายได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำครับ

ในส่วนของภายนอกมาในคอนเซ็พท์ Sportiness and Roominess ที่ดูล่ำสันขึ้นกว่าเดิมพอสมควร จากการขยับฐานเสา A-Pillar ไปทางด้านอีก 80 มม. เพื่อจะเพิ่มพื้นที่ให้กับห้องโดยสาร ตามมาด้วยพื้นที่ของห้องสัมภาระที่จุใจกว่าเดิมอีกพอสมควร ด้วยเนื้อที่ที่ค่อนข้างจำกัด ทำให้อาจบรรยายสรรพคุณได้ไม่ครบถ้วน “นาย T” เลยต้องเน้นในส่วนของเทคโนโลยีใหม่ๆ และน่าสนใจจริงๆ ส่วนเรื่องรูปลักษณ์นี้ก็ขอเชิญทัศนากันตามอัธยาศัยเลยครับ แต่หน่วยก้านอย่างนี้ ขึ้นโชว์รูมในไทยเมื่อไหร่ มีหวังขายกันกระจายแน่นอนครับ




  

 

 
Home ฟังFm ราคารถ toyota