สัญญาณไฟและสัญญาณเสียง เป็นภาษาอย่างหนึ่ง ของผู้ขับรถที่จะใช้สื่อสารกับรถ หรือคนที่อยู่ในการจราจร ให้เข้าใจว่าคุณต้องการอะไร หรือบอกกับรถคันอื่นว่าคุณกำลังทำอะไร การสื่อสารที่ผิดพลาดก็อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได

    ความหมายของสัญญาณไฟฉุกเฉิน ที่คนทั่วโลกเข้าใจ มีอยู่ 2 ความหมายหลักๆ คือ

* การหยุดหรือจอด(รถเสีย) อยู่ริมถนนหรือไหล่ทาง รถที่วิ่งมาในทางจะเข้าใจทันทีว่ารถคันนี้จอดอยู่ ไม่ได้เคลื่อนที่    เพราะบางครั้งถ้าเราหยุดหรือจอดอยู่ริมถนนโดยที่ไม่ได้เปิดไฟฉุกเฉินรถที่วิ่งมาในทางอาจจะแยกแยะไม่ออกว่ารถคุณ 
   กำลังวิ่งอยู่หรือว่าจอดอยู่ ก็อาจจะโดนชนท้ายได้เหมือนกัน

* ในกรณีเบรกอย่างรุนแรง การเปิดไฟฉุกเฉินในขณะที่เบรกกะทันหัน เป็นการเตือนรถคันหลังให้รู้ว่าเรากำลังเบรก
   อย่างรุนแรงซึ่งในรถยุโรปบางรุ่นเวลาเบรกอย่างรุนแรงไฟฉุกเฉินก็จะติดขึ้นมาเองโดยที่เราไม่ต้องกดสวิทซ์
แต่ในบ้านเรายังมีหลายคนที่ใช้ไฟฉุกเฉินแบบผิดๆ ซึ่งเป็น
สาเหตุทำให้เกิดอุบัติเหตุ   เช่น   การเปิดไฟฉุกเฉินข้ามสี่
แยกที่ไม่มีสัญญาณไฟ  คือคนขับต้องการตรงไปก็เลยเปิด
ไฟฉุกเฉิน  เพื่อบอกให้รู้จักว่าต้องการตรง   แต่รถที่อยู่ด้าน
ข้างซ้ายหรือขวา  ก็จะเห็นไฟเลี้ยวกระพริบ  อยู่ข้างเดียวก็
อาจจะเข้าใจผิดว่ารถคันนั้นต้องการเลี้ยว พอดีรถคันที่เห็น
ไฟเลี้ยวข้างเดียวต้องการจะตรงเหมือนกัน  ก็เลยมั่นใจ กับ
ตรงไปก็ไปชนกัน     ซึ่งอุบัติเหตุลักษณะนี้ก็มีให้เห็นบ่อยๆ
และอีกกรณีหนึ่งก็คือ    การเปิดไฟฉุกเฉินวิ่งในขณะฝนตก
ตามความเข้าใจของผู้ขับขี่ต้องการให้รถคันอื่นสังเกตเห็น
รถของตนในช่วงที่ทัศนะวิสัยไม่ดีได้ชัดเจนขึ้น  แต่ข้อเสีย
ของมันก็คือรถคันอื่นไม่สามารถคาดการณ์ทิศทางของรถ
คันนี้ได้ในกรณีที่รถคันนั้นต้องการเปลี่ยนเลน     หรือเลี้ยว
เพราะคนใช้ไฟเลี้ยวไปหมดแล้ว ซึ่งในกรณีที่ทัศนะวิสัยไม่
ดีฝนตกหรือหมอกลง ควรเปิดไฟหน้าหรือไฟตัดหมอก (ถ้า
มี) ยิ่งรถรุ่นใหม่ๆ ก็จะมีไฟตัดหมอกหลังมาให้ ทำให้รถที่อยู่
ด้านหลังเราเห็นท้ายรถเราได้ชัดเจนขึ้น   นั้นก็คือว่าเพียง
พอแล้ว
 
HOME
ฟังFm
        Link ที่เกี่ยวข้อง
---------------------------
- เครื่องเสียงรถยนต์
- ซื้อขายรถมือสอง
- บริษัทและตัวแทนจำหน่าย
- รถยนต
- รถจักรยานยนต์
- อู่ซ่อมรถ

   



















                                                  
 
HOME
ฟังFm