|
|
การใช้งานเกียร์ออโต้ อย่างชาญฉลาด




ด้วยความสะดวกสบายในการขับขี่ของรถเกียร์อัตโนมัติ โดยเฉพาะในเมืองฟ้าอมรที่รถนิ่งมากกว่าขยับ ทำให้ในทุกวันนี้จะหาเกียร์ธรรมดาในรถรุ่นใหม่ๆ ได้ยากเต็มที ยกเว้นก็เสียแต่รถปิคอัพที่คนขับจะยังต้องบริหารเท้าซ้ายอยู่ จริงอยู่ที่ว่าเกียร์อัตโนมัตินั้นใช้ง่ายและสะดวกสบาย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะไม่ต้องเรียนรู้การใช้เกียร์อัตโนมัติ เพราะแค่เลื่อนคันเกียร์ไปยังตำแหน่งที่ต้องการ ที่เหลือก็แค่ใช้คันเร่งกับเบรค ว่าแต่อยากรู้มั๊ยครับว่าที่คุณปฏิบัติอยู่นั้นมันถูกต้องตามหลักการหรือเปล่า ?


ทบทวนความจำกันอีกซักนิด กับตำแหน่งต่างๆ ของเกียร์อัตโนมัติ เริ่มจาก P : Parking ซึ่งก็คือตำแหน่งของเกียร์ที่ใช้ในขณะจอด ซึ่งเพลาขับจะถูกล็อค ทำให้
ตัวรถไม่สามารถเคลื่อนที่ได้, R :
Reverse หรือเกียร์ถอยหลัง, N :
Neutral เกียร์ว่าง และ D : Drive
ซึ่งก็คือตำแหน่งที่ใช้สำหรับการขับ
เคลื่อนนั่นเองล่ะครับ หรือบางรุ่นจะ
มี D 1 หรือ D 2 (หรือแค่ตัวเลข 1
กับ 2) ก็จะเป็นการสั่งให้เกียร์ทำงาน
แค่ตำแหน่งเกียร์ 1 หรือ 2 เท่านั้น
ครับ (ส่วนใหญ่จะกำหนดให้ใช้กับ
การลงทางลาดชัน) ทีนี้ก็ไปดูกัน
ครับว่าการใช้งานเกียร์อัตโนมัติให้
ถูกต้องนั้น ต้องปฏิบัติอย่างไรกัน
บ้างครับ

สตาร์ทเครื่องยนต์ที่ตำแหน่ง P แม้ว่าบางรุ่นจะสามารถสตาร์ทที่ตำแหน่ง N ได้ก็ตาม แต่ถ้าสตาร์ทที่ตำแหน่ง P มันก็จะเป็นการอุ่นใจขึ้นอีกนิด อันเนื่องมาจากช่วยในการป้องกันไม่ให้รถไหลด้วยนั่นเองล่ะครับ แต่หากต้องจอดบนทางลาดชัน ก็จะต้องดึงเบรคมือร่วมด้วยครับ โดยให้ดึงเบรคมือก่อนแล้วค่อยเลื่อนคันเกียร์ไปที่ตำแหน่ง P ในกรณีที่สตาร์ทเครื่องได้ที่ตำแหน่งอื่นนอกจาก P หรือ N แสดงว่าชุดเกียร์มีปัญหา ต้องรีบนำรถเข้าตรวจเช็คทันทีครับ

เหยียบเบรคก่อนค่อยเลื่อนคันเกียร์ บางรุ่นจะบังคับให้ต้องเหยียบเบรคก่อน จึงจะสามารถเลื่อนคันเกียร์จากตำแหน่ง P หรือ N ไปยังตำแหน่งเกียร์อื่นได้ แต่ไม่ว่าเงื่อนไขจะเป็นอย่างไร อย่างน้อยๆ ก็เพื่อความนุ่มนวลในการตัดต่อกำลังนั่นเองครับ

ไม่เร่งเครื่องเมื่อต้องเลื่อนคันเกียร์ ก่อนที่จะเลื่อนคันเกียร์จาก P หรือ N ต้องให้เครื่องอยู่ในรอบเดินเบา ห้ามเร่งเครื่องเด็ดขาดครับรถจะต้องจอดจนหยุดนิ่งเสียก่อน ถึงจะเลื่อนคันเกียร์ไปที่เกียร์ D, P หรือ R เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับชุดเกียร์นั่นเองครับ

หากจำเป็นต้องลงจากรถ ต้องเลื่อนไปที่ตำแหน่ง P เท่านั้น ไม่ว่าจะดับหรือติดเครื่องก็ตาม และถ้าจะให้ดีก็ควรจะดึงเบรคมือไว้ด้วยครับ เพื่อป้องกันไม่ให้รถไหลหรือเคลื่อนตัวจากแรงขับเคลื่อนที่ส่งผ่านชุดเกียร์ครับ
ไม่เลื่อนคันเกียร์มาที่เกียร์ต่ำ (ถ้ามี) สำหรับรถเกียร์อัตโนมัติที่มีตำแหน่ง L หรือ 1,2 หรือ D 1, D 2 หากขับขี่ด้วยความเร็วสูง ห้ามเลื่อนคันเกียร์ไปที่ตำแหน่งดังกล่าวเด็ดขาด

ห้ามออกตัวอย่างรุนแรงด้วยการเร่งเครื่องแล้วค่อยเลื่อนคันเกียร์ไปยังตำแหน่ง D ไม่คุ้มกันเลยครับ ที่จะแลกมากับความสนุกเพียงชั่วครั้งชั่วคราวกับความสึกหรออย่างมหาศาลของชุดเกียร์ไม่ใช้เกียร์ D ในขณะการพยุงตัวรถไม่ให้ไหลบนทางลาดชัด ในกรณีที่จอดติดไฟแดงอยู่บนสะพานหรือทางลาดชัน ควรเหยียบเบรคแทนการพยุงรถไม่ให้ไหลด้วยเกียร์ D เพราะจะทำให้เกิดความสึกหรอสูงอย่างมากเลยล่ะครับ

หากต้องหยุดรถ ให้เลื่อนคันเกียร์ไปที่ตำแหน่ง N หรือ P เพื่อตัดกำลังจากเครื่องไม่ให้ส่งถ่ายมายังล้อ ซึ่งจะทำให้เกิดการสึกหรอกับชิ้นส่วนต่างๆ พร้อมๆ กับดึงเบรคมือเพื่อป้องกันไม่ให้รถไหล (หากต้องจอดนานๆ) แทนการเหยียบเบรค

ในกรณีที่เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องจอดขวางอยู่หน้าช่องจอดของรถคันอื่น โดยเฉพาะตามห้างสรรพสินค้า ให้เลื่อนคันเกียร์มาที่ตำแหน่ง N เพื่อให้ผู้อื่นเค้าสามารถเข็นรถของคุณๆ ได้นั่นเองครับ อ้อ ในขณะจอดบนทางลาด ให้ดูตำแหน่งของคันเกียร์ให้ดีๆ ด้วยนะครับ เพราะบางทีมันก็เลื่อนเองได้ “นาย T” เคยเห็นมาแล้วครับที่รถไหลตามทางลาดลงมาเอง เพราะคันเกียร์ไม่ลงล็อค น่ากลัวครั .ถ้าต้องจอดทางลาด ให้เลื่อนไปที่ตำแหน่ง P และห้ามลืมดึงเบรคมือเด็ดขาดครับ
|
|