|
|
เทคนิคการขับขี่เชิงป้องกันอุบัติเหตุ




การเป็นส่วนหนึ่งบนท้องถนนร่วมกับเพื่อนร่วมทางที่เราไม่รู้จักนั้น จะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยากนะครับ เพราะบางทีการเดาใจเพื่อนร่วมทางนั้นก็เป็นอะไรที่แสนจะยากเย็น โดยเฉพาะกับประเภทที่จู่ๆ ก็เลี้ยวโดยไม่ให้สัญญาณใดๆ ก็มีให้เห็นอยู่บ่อยๆ หรือประเภทที่ไฟเบรคขาดหมดทุกดวง จนต้องจับความรู้สึกเอาเองว่าถ้าความเร็วของคันหน้าลดลง ก็แสดงว่าพี่แกเริ่มเบรคแล้วนั่นเอง สรุปก็คือ นอกจากขับอย่างระมันระวังไม่ให้ไปปะทะกับผู้อื่นแล้ว ยังต้องหาวิธีป้องกันไม่ให้ผู้อื่นมาปะทะด้วยนะครับ


เริ่มตั้งแต่การสตาร์ทรถเลยนะครับ ถ้าเป็นไปได้ควรที่จะเข้าไปสตาร์ทเครื่องในรถครับ เพื่อ ในกรณีที่เป็นรถเกียร์ธรรมดา นอกจากคันเกียร์จะต้องอยู่ในตำแหน่ง N (Neutral หรือเกียร์ว่าง) แล้ว ควรที่จะเหยียบคลัทช์ตอนสตาร์ทด้วยครับ จะได้มั่นใจว่าการตัดต่อกำลังนั้นไม่ส่งมายังล้อ 100 % ส่วนเกียร์อัตโนมัติควรที่จะเลื่อนคันเกียร์มาที่ตำแหน่ง P ควบคู่ไปกับการเหยียบเบรคนั่นเองครับ สรุปก็คือ หลีกเลี่ยงการยืนสตาร์ทรถนั่นเองล่ะครับ


สำหรับเรื่องท่านั่งที่ถูกต้องนั้น “นาย T” ได้เคยอธิบายไปแล้วนะครับ ถ้าเอามาเล่าใหม่เดี๋ยวจะกลายเป็นการเบียดเบียนเนื้อหาใหม่ๆ กันพอดี แต่จะขอพูดถึงเหตุผลที่ต้องนั่งให้ถูกต้อง ทั้งนี้ก็เนื่องมาจากตำแหน่งของลำตัว, ขาและแขนที่เหมาะสม จะช่วยในการบังคับควบคุมได้ดียิ่งขึ้น, ลดแรงกระทำต่อกล้ามเนื้อหลังในขณะเกิดการชนปะทะ, แขนที่งอเล็กน้อยจะช่วยให้การออกแรงหมุนพวงมาลัยนั้นน้อยและมั่นคงกว่า, กางขาให้เข่าซ้ายชิดกับคอนโซลเกียร์จะช่วยในการพยุงลำตัว, การออกแรงดึงและดันของมือทั้ง 2 เท่าๆ กันจะช่วยความนุ่มนวลในการบังคับเลี้ยว และอย่าให้เท้าที่ต้องเหยียบคลัทช์ (ถ้ายังมี) และเบรคแตะพื้น เนื่องจากแรงกระทำจะส่งไปที่พื้นมากกว่าที่จะส่งไปยังแป้นคลัทช์หรือเบรคครับ
ี้
ในที่นี้หมายถึงสภาพแวดล้อมในขณะนั้นๆ อย่างเช่นสี่แยก ที่ควรจะต้องมองซ้ายมองขวาไว้ก่อน ไม่ว่าจะมีไฟสัญญาณจราจรหรือไม่ก็ตาม เพราะต้องไม่ลืมว่าคนที่เค้าไม่ค่อยจะให้ความสำคัญกับสัญญาณไฟจราจรนั้นมี (ไม่น้อยซะด้วย) จะด้วยความจวนเจียน, เผลอเรอหรือตั้งใจก็ตาม ถึงช่องทางของเราจะเป็นสัญญาณไฟเขียว แต่ก่อนที่จะข้ามแยก ก็จะต้องดูมองซ้ายมองขวาให้ดี เพื่อลดอัตราเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุนั่นเอง ตามมาด้วยสถานที่ชุมชนที่ควรจะต้องชะลอความเร็วทันที เพราะอาจจะมีเด็กเล็กหรือรถจักรยานยนต์ที่ไม่ระมัดระวังข้ามถนนกะทันหันก็เป็นได้ โดยเฉพาะกับตลาดนัดที่เดี๋ยวนี้มีกันแทบจะทุกที่ เวลาขับผ่านต้องระวังให้ดีครับ

เป็นการขับเชิงป้องกันสำหรับยามค่ำคืนโดยเฉพาะ ที่ต้องบอกว่ามองให้ไกลเท่าแสงสว่างของโคมไฟหน้านั้นหมายความว่า ให้ท่านขับขี่ด้วยความเร็วที่พอเหมาะ คือ สามารถหยุดได้ทันในระยะที่สายตาคุณมองเห็น ซึ่งก็คือจุดสิ้นสุดของแสงสว่างที่ไฟหน้าส่องถึงนั่นเองครับ

มองไปเถอะครับ ป้ายหรือสัญลักษณ์เหล่านี้ ไม่มีบิลมาเรียกเก็บเงินทีหลังแน่นอนครับ เพราะป้ายเหล่านี้มีความสำคัญต่อการขับขี่อย่างยิ่งยวด ยิ่งกับเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย ยิ่งต้องมองให้ขาด โดยเฉพาะป้ายห้ามต่างๆ ที่เราจะต้องปฏิบัติตามอยู่ตลอด ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของคุณๆ เองนั่นแหละครับ

ยิ่งรถเคลื่อนที่เร็วเท่าไหร่ องศาในการมองของเราก็จะยิ่งน้อยลง (หรือแคบลงนั่นแหละครับ), เวลาในการตัดสินใจก็จะยิ่งน้อยลง แต่ระยะทางในการเบรคจะยาวขึ้น เข้าใจครับว่าบางครั้งมันก็ต้องมีเร็วมีรีบกันบ้าง แต่ “นาย T” อยากให้ขับเร็วภายใต้ขีดความสามารถของทั้งตัวเอง, รถและสภาพแวดล้อมครับ พูดง่ายๆ ก็คือรู้ลิมิตของทั้ง 3 องค์ประกอบ และไม่ฝืนขีดจำกัดเหล่านั้นนั่นเองล่ะครับ
|
|