วิธียืดอายุให้กับยางรถยนต์

มีนาคม 1, 2010 admin บทความใหม่ ไม่ให้ใส่ความเห็น



วิธียืดอายุให้กับยางรถยนต์
มีผู้ใช้หลายๆ คนที่ประสบปัญหาเรื่องยางหมดอายุการใช้งาน ทั้งๆ ที่ก็จอดนิ่งเป็นส่วนใหญ่ ดอกยางยังหนา เพราะใช้ไปไม่กี่หมื่นกิโลเมตร หรือบางคนอาจไม่ถึงหมื่นด้วยซ้ำ ทั้งนี้ก็เนื่องมาจากการเสื่อมสภาพของเนื้อยาง จนทำให้ดอกยาง (แข็งๆ) ไม่มีประสิทธิภาพในการยึดเกาะเท่าที่ควร นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับเสียง และยังเสี่ยงกับอันตรายจากการที่ยางระเบิดอีกด้วยล่ะครับ
tip_2_06
จาก ผลการสำรวจของ National Highway Traffic Safety ของสหรัฐอเมริกา พบว่า 40 % ของจำนวน 43,000 ของผู้เสียชีวิตบนท้องถนนในแต่ละปี มีสาเหตุมาจากยางระเบิดครับ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาดังกล่าว (พร้อมๆ กับการยืดอายุของยางไปในตัว) ก็ไปดูพร้อมๆ กันเลยครับ ว่าเราจะมีวิธีดูแลรักษายางอย่างไรให้สามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพอย่าง ยาวนานที่สุด

ตรวจเช็คแรงดันลมยางรถอย่างสม่ำ tip_2_08
เสมอ อย่างน้อยๆ เดือนละครั้งแต่ถ้า
จะให้ดีก็ทุกสัปดาห์ครับ ส่วนแรงดัน
ลมยาง (ในกรณีที่ยางกับล้อนั้นเป็น
สเป๊คเดิมๆ จากโรงงาน) ถ้าจะให้
ชัวร์ ก็ให้ได้ตามที่โรงงานเค้าระบุไว้
นั่นแหละครับ

ชัวร์นะว่าแรงดันลมยางนั้นถูกต้อง
แล้ว แม้ว่าจะตรวจเช็คแรงดันลมยาง
สม่ำเสมอ แต่แน่ใจแล้วหรือว่าแรงดัน
ลมยางนั้นถูกต้อง? ประเด็นนี้เกี่ยว

พันกับเกจ์วัดลมยางโดยตรง ซึ่งก็เหมือนกับที่ “นาย T” เคยบอกไปแล้วนั่นแหละครับ ว่าควรมีเกจ์วัดลมยาง (ที่ได้มาตรฐาน) ติดรถเอาไว้แบบใช้ของเราคันเดียว เนื่องจากเกจ์วัดที่ใช้ตามสถานีบริการน้ำมันนั้น ส่วนใหญ่จะผ่านการใช้งานจนค่าเพี้ยนไปหมดแล้ว จึงมักจะแสดงค่าไม่ตรงกับความเป็นจริงเท่าที่ควรครับ
tip_2_11
ความหนาของดอกยาง ที่ยางแต่ละเส้นจะมี Wear Bars ที่คั่นกลางระหว่างดอกยาง ซึ่งจะทำหน้าที่บ่งบอกขีดจำกัดความหนาของดอกยางเอาไว้ และหากดอกยางสึกจนถึง Wear Bars ล่ะก็ ไม่มีเหตุผลใดๆ ที่จะยืดเยื้อในการดันทุรังใช้งานยางชุดนั้นๆ ได้เลยล่ะครับ
tip_2_13
ศูนย์ล้อเพราะศูนย์ล้อมีผลโดยตรงต่อการบังคับควบคุมและการเสื่อมสภาพของยาง ดังนั้นจึงควรที่จะตรวจเช็คศูนย์ล้อเป็นประจำทุกๆ 6 เดือนครับ
tip_2_15

ช็อค อับ หากว่าช็อคอับเสื่อมสภาพ ก็จะเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ดอกยางสึกไม่สม่ำเสมอตามไปด้วย ซึ่งนั่นก็เป็นอีกปัจจัยที่ก่อให้เกิดการระเบิดของยางในภายหลังครับ
tip_2_17
tip_2_18

ล้อ ไม่ได้ศูนย์ หมุนแล้วสั่นสะท้าน เมื่อถึงความเร็วช่วงใดช่วงหนึ่ง ที่จะรู้สึกได้ถึงอาการสั่นสะท้านเป็นประจำล่ะก็ แสดงว่าถึงเวลาที่จะต้องถ่วงล้อแล้วล่ะครับ แต่อันนี้ทั้งล้อและยางจะต้องไม่เบี้ยว, คดหรือ (ยาง) บวมด้วยนะครับ
tip_2_20

หลีก เลี่ยงของแข็งและมีคม ไม่ว่าจะเป็นขอบฟุตบาท, เศษแก้ว, ก้อนหิน ฯลฯ เพราะล้วนแต่สร้างความเสียหายให้กับแก้มยางและดอกยางได้เป็นอย่างดี และในระยะยาวก็เป็นผลร้ายกับการขับขี่แบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวซะด้วยซิครับ
tip_2_22

ถ้า จะให้ระบุว่ากี่ปีหรือกี่กิโลเมตรที่ควรจะเปลี่ยนยางชุดใหม่ดี ก็คงจะยากที่จะบอกเป็นตัวเลขที่แน่ชัด อันเนื่องมาจากพฤติกรรมของการขับขี่, ความถี่ในการใช้งาน ตลอดจนสภาพเส้นทางที่เคลื่อนผ่านของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน เท่าที่พอจะสังเกตุได้ก็คือ ความหนาของดอกยาง, รอยแตกร้าวบริเวณไหล่/แก้ม/ดอกยาง และเสียงที่เกิด (ซึ่งตอนแรกๆ ไม่มี) นั่นแหละครับ ด้วยสนนราคาของยางใหม่ชุดนึงก็ไม่ใช่ถูกๆ เพราะฉะนั้นก็ควรจะใช้ประสิทธิภาพของยางให้เต็มที่ แต่ เมื่อใดที่เสื่อมประสิทธิภาพ ก็จงอย่า “เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย” ครับ

ที่มา toyotathailand


VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 0.0/10 (0 votes cast)
VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 0 (from 0 votes)

บทความรถยนต์ที่เกี่ยวข้อง

Social Networks

Youtube Vimeo Flickr Picasa Reddit Subscribe via RSS

Facebook Google+ Delicious Twitter Pinterest Linkedin

Subscribe Letters

Scroll to Top
image
www.nkroom ที่พักใกล้อิมแพคเมืองทองธานี
  • สิ้นปีนี้จะไปคอนเสิร์ตของพี่บอย โกสิครับที่อิมแพ็ค ไม่คุ้นพื้นที่เลยครับ ไปครั้งแรก
  • nkroom.com

    ราคาแบตสํารอง power bank
  • แบตสำรอง คิตตี้ Power Bank Kitty
  • hasphone.com